ประวัติเครื่องประดับ

อัปสร ถือว่าเป็นชาวสวรรค์จำพวกหนึ่ง ที่มีเพศเป็นหญิง อาจจะเรียกว่า นางฟ้า

อัปสร

อัปสร  เป็นหญิงรูปงาม ประดับประดาด้วยเครื่องประดับวิจิตรา ทว่า กลับไม่มีเทวดาหรืออสูรตนใดรับไปเป็นคู่ครองเลย

อัปสร (สันสกฤต: अप्सराः อปฺสราะ, พหูพจน์ अप्सरसः อปฺสรสะ) ถือว่าเป็นชาวสวรรค์จำพวกหนึ่ง ที่มีเพศเป็นหญิง อาจจะเรียกว่า นางฟ้า ก็ได้ แต่ไม่ใช่เทวดา มีฐานะเป็นอมนุษย์ บังเกิดขึ้นเมื่อครั้งกวนเกษียรสมุทร เพื่อเอาน้ำอมฤตขึ้นมา ดังความปรากฏในมหากาพย์มหาภารตะ ของอินเดีย

คำว่า “อัปสร” นั้น มาจากคำว่า “อัป” (หมายถึง น้ำ) และ “สร” (หมายถึง การเคลื่อนไป) อัปสร จึงหมายถึง ผู้ที่เคลื่อนไปในน้ำ อันเป็นกำเนิดของนาง ทว่าโดยทั่วไป ถือว่านางเป็นชาวสวรรค์

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงแปลตามตัวอักษรว่า “ผู้กระดิกในน้ำ”แปลเป็นไทยแล้วอาจขำ แต่แท้จริงแล้ว ชื่อนี้สื่อได้ดีและชัดเจน จากคติฮินดู เมื่อพระวิษณุเป็นประธานในพิธีกวนเกษียรสมุทร หรือ ทะเลน้ำนมนี้ ใช้ภูเขามันทร หรือเขาพระสุเมรุแทนไม้กวน ใช้พระยานาควาสุกรีแทนเชือก อสูรจับหัว เทวดาจับหาง ปั่นไปปั่นมาจนได้อมฤตมาหล่อเลี้ยงโลกให้อุดมสมบูรณ์

ทั้งนี้ อาจจะได้มีการพบว่าประธานในการกวนอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ ตามความเชื่อของแต่ละนิกาย เช่น นิกายไศวะ ประธานในการกวนจะกลายเป็นพระศิวะหรือพระอิศวร แต่ถ้าเป็นทางพุทธ ประธานจะเป็นพระอินทร์ เป็นต้น

จวบจนเวลาเนิ่นนานผ่านไป 1,000 ปี ได้ของทั้งดีและไม่ดีมา 10 อย่าง หนึ่งในนั้น คือ นางอัปสร ซึ่งแต่ละนางนั้น ล้วนเป็นหญิงรูปงาม ประดับประดาด้วยเครื่องประดับวิจิตรา ทว่า กลับไม่มีเทวดาหรืออสูรตนใดรับไปเป็นคู่ครองเลย เหล่านางอัปสรจึงตกเป็น “ของกลาง” ได้นามว่า “สุรางคนา” แปลว่า เมียเทวดาทั่วๆไปหรืออีกนามว่า “สุมทาตมชา” แปลว่า สตรีผู้เต็มไปด้วยความมัวเมา

Comment here