ประวัติเครื่องประดับ

เครื่องประดับอัญมณีแห่งท้องทะเล มุกมีกำเนิดมาจากน้ำเมือกของหอยนางรมที่ปล่อยออกมา

เครื่องประดับอัญมณีแห่งท้องทะเล

เครื่องประดับอัญมณีแห่งท้องทะเล หอยที่มีมุกฝังอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ถือเป็นอัญมณีแห่งความมั่งคั่งสมบูรณ์

เครื่องประดับอัญมณีแห่งท้องทะเล

มุกหรือไข่มุกเป็นอัญมณีแห่งท้องทะเลที่ใครๆหลายคนต้องปราถนา มุกมีกำเนิดมาจากน้ำเมือกของหอยนางรมที่ปล่อยออกมา คล้ายกับสารเคลือบเพื่อดักจับสิ่งแปลกปลอมต่างๆที่เข้ามาภายในหอย เช่น เศษหิน ดิน ทราย เป็นต้น โดยที่หอยนางรมจะปล่อยเมือกออกมาเรื่อยๆเป็นชั้นๆ และเมื่อเมือกแต่ละชั้นที่ปล่อยออกมาก็จะแข็งตัว และจะกลายเป็นมุก ตามประวัติศาสตร์ของแต่ละประเทศในอดีตมุกเป็นเครื่องประดับสำหรับชาวชนชั้นสูงเท่านั้น เนื่องจากมุกธรรมชาตินั้น หายาก ล้ำค่า ราคาสูงมาก และมีความแตกต่างจากเครื่องประดับอื่นๆ ตรงที่เป็นเครื่องประดับสามารถนำมาใช้งานได้ โดยไม่ต้องผ่านการเจียระไนมาก่อน มุกเป็นอัญมณีที่สวยงามมาก และดูสง่างามใช่ได้ในทุกโอกาส มุก เป็นอัญมณีประจำราศีเมถุน มาจากภาษาละติน “pilula” แปลว่า ลูกบอล ในยุคโบราณเรารู้จักมุกในชื่อ Margarite มาจาก ภาษากรีก Margaritafera แปลว่า หอยที่มีมุกฝังอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ชาวฮินดูถือเป็นอัญมณีแห่งความมั่งคั่งสมบูรณ์ และแต่ละสีของมุกก็มีความหมายแตกต่างกันออกไป มุกสีขาว หมายถึง ความเป็นเลิศ มุกสีแดง หมายถึง สุขภาพ และพลัง มุกสีชมพู หมายถึง ความสวยงาม มุกสีดำ หมายถึง ปรัชญา มุกสีเทาจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความดูถูกดูแคลน

วิธีทดสอบมุกแท้

สร้อยคอไข่มุกแท้ เป็นอัญมณีที่ทรงคุณค่า ในสมัยก่อนมุกมีราคาแพงมาก เพราะถือเป็นของหายากจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าผู้จะได้ครอบครองมุกนั้นโดยส่วนใหญ่จะเป็นชนชั้นกษัตริย์หรือชนชั้นสูง แต่ในปัจจุบันนี้เมื่อมีผู้เพาะพันธุ์มุกได้สำเร็จทำให้คนธรรมดาอย่างเรา ก็มีโอกาสได้ครอบครองมุกแท้ด้วยเหมือนกัน มุกที่ทางร้านนำมาจำหน่ายเป็นไข่มุกแท้จากเกาะภูเก็ต ถือเป็นงานฝีมือของคนในชุมชน ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จึงทำให้คนในชุมชนมีความผูกพันกันเหมือนญาติพี่น้อง มีการรวมกลุ่มเตรียมสมาชิกให้ได้รับความรู้ สร้างความเข้าใจให้ตรงกันในการพัฒนาภูมิปัญญา จึงได้มาซึ่งสร้อยคอไข่มุกแท้ที่มีความสวยงามและมีความปราณีตเป็นที่สุด
การสังเกตุ
มุกแท้คือของแข็งจากเมือกซึ่งถูกปล่อยมาเป็นชั้นๆ ดังนั้นลักษณะภายนอกจะมีลายซ้อนทับกันเป็นชั้นๆและแววเป็นประกาย ซึ่งต่างจากมุกเทียมถ้าดูจากภายนอกจะไม่มีลวดลายหรือประกายใดๆเปล่งออกมา
ถูด้วยฟัน
สามารถทำได้ง่ายๆโดยนำมุกมาถูกับฟัน ถ้าเป็นมุกแท้เมื่อนำมาถูกับฟันจะฝืดๆ ไม่เป็นรอยและผิวมีลักษณะสากๆ ส่วนมุกเทียมจะลื่นและเป็นรอยเวลานำมาถูกับฟันและผิวของมุกจะมีรอยถลอกเป็นแห่งๆ
ชั่งน้ำหนัก
มุกแท้เมื่อนำไปชั่งมักจะมีน้ำหนักดี ส่วนมุกเทียมเมื่อนำไป ชั่งน้ำหนักแล้วจะมีน้ำหนักเบาต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งสามารถทำให้รู้ได้โดยทันทีว่าเป็นมุกเทียมซึ่งได้จากการสังเคราะห์ขึ้นมาเอง
4.การใช้ไฟลน
เมื่อใช้ไฟลนมุกเทียม ผิวของมุกจะไหม้แล้วหลอมละลามไปกับไฟเพราะมุกเทียมไม่มีคุณสมบัติทนความร้อน ส่วนมุกแท้เมื่อใช้ไฟลนจะเป็นรอยเขม่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และสามารถใช้ผ้าเช็ดออกได้

Comment here